หน้ากากพยากรณ์ (Ann Cassandra)

Story : Shigoro Hifumi

Illust : Gumi Smsji

แนวเรื่อง : แอ็คชั่น เหมาะสำหรับผู้อ่านทั่วไป

จำนวนเล่ม : 2 เล่มจบ

สำนักพิมพ์ : วิบูลย์กิจ

 

 

 

“ผู้พยากรณ์ เบ็กกุ นานากิ เชื่อมั่นว่าอนาคตไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้

ชายหนุ่ม คิซากิ บันโจ ผู้ถูกพยากรณ์ว่าจะต้องตายเมื่ออายุ 20 ปี แต่กลับแข็งขืนว่าตนจะเป็นผู้ลบล้างอนาคต

สองคนนี้มีแนวคิดแตกต่างกัน ทำอะไรขัดกันเรื่อยไป แต่ก็ได้ร่วมกันลบล้างอนาคตที่มีรากฐานมาจากคำพยากรณ์ที่แม่นบ้างไม่แม่นบ้าง

เชิญพบกับความรู้สึกแปลกใหม่ในเรื่องแนวแอ็คชั่นระทึกขวัญโดยมีเงื่อนเวลาเป็นตัวชี้ขาด”

 

 

 

 

 

เรื่องย่อ... (ล่ะมั้ง?)

 

 

เป็นเรื่องราวของสาวน้อยเบ็กกุ นานากิ ผู้ย้ายโรงเรียนมาจากต่างเมืองวันแรก และโชคร้าย(?)เจอรถเข็นปลา (??) เฉี่ยวเข้าและโชคร้ายยิ่งกว่า(???) ที่พอเธอจะตะโกนเรียก รถเข็นปลาที่ว่ากลับพลิกคว่ำซะอย่างนั้น...

 

ท่ามกลางถนนที่คนเดินไปมาขวักไขว่ ชายเข็นรถเข็นปลากลับทำเพียงแค่กั้นวงล้อมด้วยกรวยและเทป (ทำนองเหมือนที่เกิดเหตุฆาตกรรม?) กั้นผู้คนออก และทำการเก็บปลาทั้งหลายลงรถเข็นอย่างทุลักทุเล สาวน้อยเห็นอย่างนั้นจึงลงมือช่วยอย่างช่วยไม่ได้ แต่ไม่คิดว่านอกจากเขาบ่ายเบี่ยงไปมาแล้ว ยังบอกกับเธอว่าให้รีบออกไปนอกเขตเชือก ไม่อย่างนั้นอาจจะตายได้

 

เบ็กกุไม่เสียเวลาอึ้งนาน เพราะเสร็จจากประโยคนั้น เขาก็ผลักเธอออกมาจากที่ตรงนั้นแล้วป้ายโฆษณาด้านบนก็หล่นลงมาพอดี!

 

... มันเป็นความบังเอิญ? ...

 

เบ็กกุยังมองจุดที่ตัวเองยืนอยู่เมื่อครู่ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากอะไร ชายปริศนาก็ทิ้งปลาไว้ให้เธอตัวหนึ่ง(?) แล้วก็จากไปท่ามกลางผู้คน

 

นั่น... เป็นการพบกันครั้งแรก ของเบ็กกุ และบันโจ เด็กสาวและเด็กหนุ่มที่มีจุดยืนอยู่คนละฟากของโชคชะตา

 

...................

 

 

 

 

(ต่อไปจะเป็นเรื่องเล่าตามแบบฉบับเจ้าของบล็อก มีการแทรกความคิดของเจ้าของบล็อกและสปอยเนื้อเรื่องเล็กน้อยแต่พองามค่ะ ^ ^)

 

 

 

เรื่องราวหลังจากนั้นก็เป็นไปตามสเต็ปของชะตาฟ้าลิขิต (???) ว่าเด็กหนุ่มปริศนาที่ว่านั้นเป็นเพื่อนร่วมห้องเรียนใหม่ของเบ็กกุ และที่ลิขิต(??)กว่านั้นคือที่นั่งของพ่อหนุ่มเป็นที่นั่งข้างๆเธอพอดี (ฮา)

 

ตอนเปิดเรื่องทำให้รู้สึกว่าเป็นไปตามสเต็ปตัวละครอย่างที่ควรจะเป็น (ฮา) การพบกันครั้งแรกที่น่าประทับใจ(???) ต่อด้วยการพบกันอย่างชะตาฟ้าลิขิตตามแบบฉบับเป๊ะ (ฮา)

 

แล้วแน่นอนที่พระเอกต้องทำตัวน่าสงสัย อย่าง... นางเอกทักแล้วแต่แกล้งทำเป็นไม่เคยเจอกัน / มีข่าวลือแปลกๆเกี่ยวกับตัวพระเอกว่าเป็นคนแปลกๆ เข้าไปพัวพันกับอุบัติเหตุหลายครั้ง ขาดเรียนบ่อยๆจนต้องซ้ำชั้น (และบลาๆ) และแน่นอนอีกว่านางเอกต้องทำการสืบและเปิดเผยตัวจริง(??) ของพระเอกออกมาให้ได้

 

ในตอนที่หนึ่งเพราะเบ็กกุทำหน้าที่สโตกเกอร์อย่างนั้นเอง เลยเข้าไปเกี่ยวพันกับสิ่งที่บันโจทำ นั่นคือการทำลายคำทำนายที่จะเกิดขึ้น

 

แต่ระหว่างที่เขากำลังจะพลาดท่าให้คนร้าย เบ็กกุก็ช่วยเขาโดยการบอกข้อมูลเกี่ยวกับอนาคตที่เขาวิเคราะห์ไม่ได้ออกมา

 

แล้วคู่หู(???) ที่จะทำลายการทำนายก็เกิดขึ้น...

 

 

 

 

ซะเมื่อไรล่ะ!

 

 

ตัวเบ็กกุเองก็มีเรื่องราวในอดีตที่ทำให้หวาดกลัวคำทำนายและตอกย้ำให้เธอเชื่อว่าการพยากรณ์นั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เธอจึงไม่ขอร่วมมือกับบันโจในการทำลายคำทำนายเด็ดขาด (แม้ว่ารุ่นพี่บันโจจะตามดื้อสักเท่าไรก็ตาม ฮา...)

 

แต่เมื่อเธอเห็นเหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งใหญ่ในอนาคต เธอก็เปลี่ยนใจ เดินไปที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง และได้พบกับบันโจที่นั่น

 

ในตอนนี้จะได้เห็นว่าในอดีตนั้นเบ็กกุได้พบเจออะไรมา การพยากรณ์ที่ไม่มีใครเชื่อ และที่ร้ายกว่านั้นคือเพื่อนคนเดียวที่บอกว่าเชื่อคำพูดของเธอ แต่ในเวลาที่เธอมองเห็นความตายของเพื่อนคนนั้นและออกปากเตือน เพื่อนคนนั้นกลับไม่เชื่อและเดินไปสู่ความตายต่อหน้าต่อตา

 

เบ็กกุแบกรับความรู้สึกผิดที่ช่วยเพื่อนไม่ได้ตั้งแต่นั่นเป็นต้นมา และเมื่อเห็นบันโจเปลี่ยนอนาคตได้เธอจึงอยากจะเดินออกไปบ้าง แต่เธอตั้งใจว่าจะจัดการด้วยตัวเองจนหลงทางในเรื่องง่ายๆที่สำคัญ

 

..... “มีเรื่องบางเรื่องที่มีแต่เธอเท่านั้นที่จะทำได้ มีเรื่องบางเรื่องที่มีแต่ผมที่ทำได้” ...

 

คำพูดนั้นและเหตุการณ์ต่อจากนั้น ทำให้เบ็กกุยอมรับว่า สิ่งที่เธอทำได้คือการมองอนาคตและวิเคราะห์ให้แม่นยำ (ส่วนเรื่องลุยๆทั้งหลายให้รุ่นพี่บันโจท่านทำไปเถอะ ท่านออกจะถึกซะปานนั้น....)

 

จบตอนที่สองที่เบ็กกุตัดสินใจก้าวเดินต่อไปไม่ใช่แต่ว่าหันหลังและหนีให้กับความสามารถของตนเอง

 

และคู่หูผู้ทำลายคำทำนายก็เกิดขึ้น.... (ฮา)

 

 

ต่อจากนั้นขอเล่าคร่าวๆแค่ว่าเป็นการเดินหน้าทำนายคำทำนายของเท็กกุและบันโจ (ผู้ถูกทำนายไว้ว่าจะตายตอนอายุยี่สิบ / เพราะงั้นหรือเปล่า ไม่ว่าพี่ท่านจะบู๊ขนาดไหนก็ไม่ตายซะที ทั้งกระโดดจากตึก กระโดดข้ามตึก ฯลฯ) และแน่นอนว่าเมื่อมีผู้คิดทำลายคำทำนาย ก็ย่อมต้องมีผู้ที่คิดจะให้คำทำนายเป็นไปตามปกติ

 

มีคนที่ถือคำทำนายและบอกว่าทุกสิ่งต้องเป็นไปตามคำทำนายปรากฏตัวขึ้น และขัดขวางการทำลายคำทำนายของเท็กกุและบันโจ

 

แล้วก็ตามด้วยการเปิดตัวตัวร้าย(??) ในเล่มสอง... ตามด้วยการต่อสู้ และจบอย่างแฮปปี้

 

(มีใครค้านไหมว่านี่เป็นการเล่าเรื่องย่อตรงไหน ฮา...)

 

 

 

 

(ต่อไปเป็นการชวนคุยเต็มที่ และคิดว่าน่าจะมีสปอยหลุดออกมากกว่าเดิมด้วยค่ะ ^ ^)

 

 

 

การ์ตูนเรื่องนี้ไปบ์รู้สึกสะดุดตั้งแต่คำโปรยด้านหลังของเล่ม การจับคู่ระหว่างผู้ที่มีความสามารถในการพยากรณ์อนาคตกับผู้ที่ถูกพยากรณ์เอาไว้ว่าจะต้องตาย แถมฝ่ายหนึ่งยังคิดว่าอนาคตไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ส่วนอีกคนพยายามลบล้างและเปลี่ยนแปลงอนาคตอีก

 

แค่นั้นก็สามารถชักจูงให้เลือกหยิบออกจากชั้นหนังสือแล้วกลับบ้านด้วยกันได้แล้ว (ฮา...)

 

แล้วเมื่อเปิดอ่านในเล่มก็ยอมรับว่าไม่ผิดหวังมากนัก โดยเฉพาะเรื่องราวในเล่มแรก ที่เป็นแนวคิดเกี่ยวกับคำทำนายและการเลือกเส้นทางในอนาคต

 

เท็กกุที่เชื่อว่าไม่ว่าจะทำอย่างไรอนาคตก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ กับบันโจที่คิดว่าต้องเปลี่ยนแปลงคำทำนายทุกอย่างในสมุดที่ตนได้รับมาทั้งหมดให้ได้

 

ในตอนแรกเท็กกุถามบันโจว่าทำไปทั้งหมดเพื่ออะไร เอาตัวเองไปเสี่ยงขนาดนั้นเพื่ออะไร

 

บันโจตอบกลับเพียงว่าทำเพื่อตัวเอง....

 

(เท่านั้นก็ทำให้ไปบ์ร้องว้าวแล้ว...)

 

บันโจเชื่อว่าเมื่อเขาทำลายคำทำนายที่เขียนไว้ในสมุดได้ทุกอย่าง คำทำนายสุดท้ายที่เกี่ยวกับตัวเขาเองโดยตรงอย่าง “ต้องตายตอนอายุยี่สิบ” ก็ย่อมต้องมีทางแก้ด้วย

 

ดังนั้นแม้จะเห็นว่าเขาช่วยชีวิตผู้อื่น ช่วยไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายๆขนาดไหน แต่เขาก็ยอมรับว่าเขาไม่ใช่ทำเพื่อคุณธรรมหรืออะไร เขาทำเพื่อตัวเอง เพื่อทำลายคำทำนายที่ว่าเขาจะตาย

 

(รู้สึกว่าไม่ได้เจออะไรที่ตัวเอกยอมรับหน้าตาเฉยว่าฉันทำเพื่อตัวเองมานานแล้ว)

 

 

 

แต่ไปบ์ก็แอบคิดเหมือนกันว่าการเปลี่ยนแปลงคำทำนายนั้นมันง่ายขนาดนั้นเชียวเหรอ แล้วไม่มีผลกระทบอะไรต่อมาแน่เหรอ?

 

แล้วตัวเรื่องก็ไปถึงจุดนั้นในตอนต่อมา (ฮา) ด้วยเหตุการณ์ที่บันโจและเท็กกุช่วยเด็กคนหนึ่งเอาไว้ แต่แมวอีกตัวกลับต้องตาย

 

นั่นเป็นเรื่องบังเอิญ...?

 

เป็นครั้งแรกที่บันโจมองหันกลับไปตามเส้นทางที่ตัวเองเดินผ่านมา เขากลับไปค้นเรื่องที่เขาเปลี่ยนแปลงคำทำนาย และพบว่ามีผู้รับเคราะห์คนอื่น ที่แม้จะไม่มีผู้เสียชีวิตแทน แต่ก็มีคนบาดเจ็บ มีคนที่ต้องทิ้งความฝันไปเพราะอาการบาดเจ็บนั้น

 

เหมือนค้อนที่ทุบเข้ากับความคิดของบันโจอย่างแรงว่าตนเองทำไปเพื่ออะไร

 

 

.... ถ้าตัวเองรอดตาย แล้วมีคนอื่นต้องรับเคราะห์แทน ตัวเองจะยอมได้ไหม? ...

 

 

เป็นอีกตอนที่ไปบ์ชอบเพราะแสดงให้เห็นว่าการเลือกเส้นทางนั้นต้องมีการเสียสละไม่ว่าจะน้อยหรือมากขนาดไหน แล้วเราที่เลือกเส้นทางนั้นเตรียมใจและรับมันได้หรือเปล่า?

 

 

..... “เมื่อเลือกทางเดินไปแล้วจงอย่าเปลี่ยนใจ การกระทำแบบนี้ถือเป็นการเคารพผู้อื่นด้วย” ...

 

 

คุณตา(?)ผู้รับเคราะห์(?) ในตอนนี้เป็นคนพูดเตือนสติให้บันโจ และถามต่อว่าสิ่งที่บันโจเลือกและเชื่อมาตลอดนั้นมันล้มได้ง่ายๆและสำคัญน้อยกว่าเรื่องเล่าของตาแก่ที่เดินผ่านมาพบกันเชียวเหรอ?

 

และคุณตาก็สั่งสอนต่อว่าต่อให้สิ่งก่อสร้างจะพังทลายไปก็สามารถสร้างใหม่ได้ ต่อให้ไม่สามารถนำกลับมาได้ ความรู้สึกดีๆก็ยังคงอยู่

 

บันโจจึงแน่ใจในเส้นทางที่ตนเองเลือก

 

แล้วคู่หูผู้ลบล้างคำพยากรณ์ก็กลับมาร่วมงานกัน (ฮา)

 

 

 

 

 

โดยส่วนตัวแล้วชอบเล่มหนึ่งมากกว่าเล่มสอง (แม้ว่าเล่มสองจะเปิดตัวตัวร้าย(?) และต้นเหตุของคำพยากรณ์ร้ายๆ รวมไปถึงคำพยากรณ์ที่รุ่นพี่บันโจได้รับมาก็เถอะ) เพราะเล่มหนึ่งทำให้ได้คิดอะไรมากกว่า ส่วนเล่มสองเป็นการเดินหน้าตามแบบฉบับการ์ตูนแอ็กชั่น (ฮา)

 

เนื้อเรื่องถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกปากไม่น้อย (ทั้งที่ไม่คาดว่าจะมีเหตุผลให้การที่ว่ามีผู้วิเศษที่ถือคำทำนายได้อย่างไร แต่ก็มีเหตุผลมาให้ด้วย และใครจะไปคิดล่ะว่าตัวร้ายของเรื่องมันคือ.........) แต่ที่ขัดใจคือว่ามันสั้นเหลือเกิน (ฮา) ด้วยจำนวนแปดตอน (แถมตอนสุดท้ายขอยาวกว่านี้อีกได้ไหม อยากรู้ว่าหลังจากลบล้างตัวร้าย(?)ไปได้แล้วชีวิตเป็นยังไงต่อ เท็กกุจะเห็นคำทำนายอยู่หรือไม่ แต่ที่แน่ๆรุ่นพี่บันโจคงไม่ตายแล้ว ฮา)

 

สรุปคือเป็นเรื่องที่ให้แง่คิดได้ไม่น้อย (และหนึ่งในนั้นที่เห็นชัดที่สุดคือ... อนาคตเลือกเดินได้) ถ้าจะเปรียบเป็นอาหารก็เป็นอาหารกินเล่นที่แม้จะไม่หนักท้อง แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นของว่างที่เบาเกินไป

 

แล้วก็รสชาติใช้ได้ผ่านลิ้นค่ะ ^ ^

 

 

 

ขอบคุณรูปภาพจาก http://www.kissjung.com

 

 

ปล.นี่เป็นทัศนคติส่วนตัวของเจ้าของบล็อคเท่านั้น หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 

edit @ 9 Jun 2012 22:12:54 by Marchen Piper

Comment

Comment:

Tweet

@styxx-a  อ้า... ได้ฟังอย่างนั้นแล้วเพิ่งมาคิดว่ามีน่าจะมีรายละเอียดมากกว่านี้จริงๆ บางจุดนี่ต่อไปได้อีกไกล (พยักหน้า...) ที่ขัดใจเรื่องจำนวนตอนเป็นเพราะอย่างนี้นี่เอง...
โดยรวมชอบโครงเหมือนกันค่ะ (และเหมือนเอาแต่โครงหลักๆมาจริงๆด้วย)
ปล.อยากให้ช้าลงบ้างรายละเอียดในบางจุดมากขึ้นเหมือนกัน
ปล.2 รู้สึกทึ่งกับความสามารถของรุ่นพี่บันโจมาก คนอะไรเก่งทุกด้าน(?)ขนาดนั้น แต่ในขณะเดียวกันพี่ท่านก็ให้ความรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติที่พี่ท่านจะทำอย่างนั้นได้ด้วย (ที่ฮาคือตอนที่แนะว่าให้เท็กกุควรจะไปหัดขับฮอฯเผื่อไว้ด้วย)

#2 By Marchen Piper on 2012-06-10 01:29

Hot! Hot! Hot!  ไปแอบหามาอ่านบ้างแล้ว ตัวละครโอเค โครงเรื่องเจ๋งเลยแหละ แต่เสียดายจำนวนตอนนี่แหละ เจ็บใจมาก มันทำให้รู้สึกเหมือนว่าพี่แกเล่นตัดๆๆๆแต่โครงหลักๆมาเลยนี่หว่า

นี่ถ้าปล่อยให้บางเจ้าเขียนนี่...เชื่อเลยว่าตอนหอนาฬิกาอาจผ่านไปสัก 4-5 เล่มก่อน กว่าจะรู้ตัวกัน.......sad smile (แถมตอนย้อนอดีตหน้ากากนั่น..อาจจะกินสัก 2 เล่มเป็นอย่างน้อยด้วย question)

#1 By styxx on 2012-06-09 22:51